หมวดหมู่: เคล็ดลับหน้าใส

วิธีธรรมชาติเพื่อคงความเป็นหนุ่ม-สาว ให้ยาวนาน

หน้าสวยด้วยธรรมชาติ

เวลาของความเป็นหนุ่ม-สาว นั้นหากว่ากันตามความเป็นจริงของธรรมชาติแล้วมีเวลาให้คุณเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นไปแล้วร่างกายไม่ว่าจะทั้งภายในหรือภายนอกก็จะเข้าสู่กระบวนการของความเสื่อมถอย ริ้วรอย จุดด่างดำที่เกิดจากอายุ ถุงใต้ตา และผิวหนังที่เริ่มเหี่ยวย่นจะค่อยๆปรากฏให้เห็น ยิ่งหากบากคนดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ก่อนจะอายุ 30 ด้วยซ้ำ แต่จริงๆแล้วธรรมชาติก็ไม่ได้โหดร้ายจนเกินไปนักเพียงแต่หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะสามารถดูเป็นหนุ่ม-สาวได้นาน ซึ่งจริงๆแล้วทำได้ไม่ยากเลยเพียงแต่ต้องอาศัยเวลาเท่านั้นเอง และสิ่งที่ควรทำก็คือ

ให้ตัวเองหยุดพัก การศึกษาล่าสุดแสดงให้เห็นว่าความเครียดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในร่างกายซึ่งสามารถเร่งอายุได้ การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและหัวใจเต้นเร็วขึ้น วันนี้เมื่อความเครียดดูเหมือนจะไม่หยุดหย่อน (แรงกดดันจากงาน การจราจร ติดขัดปัญหาเงิน) ปริมาณอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลที่เรื้อรังจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและอารมณ์ “ร้อยละ 60 – 90 เปอร์เซ็นต์ ของการเข้ารับการตรวจของแพทย์ทุกคนในแต่ละปีเกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลภาวะซึมเศร้า ความโกรธและความเกลียดชังที่ครอบงำจนทำให้เกิดปัญหาการนอนไม่หลับความดันโลหิตสูง อาการหัวใจวาย – ปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากความเครียด วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การนั่งสมาธิซึ่งเรียกว่า “การตอบสนองต่อการผ่อนคลาย” เพียงน้อยแค่ 10 นาทีต่อวัน การศึกษาในโรงพยาบาล Massachusetts General Boston ในเมืองบอสตัน พบว่าการทำสมาธิช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับอายุของสมอง

กินไขมันมากขึ้น ไขมัน นั้นหมายถึงชนิดที่ดีต่อสุขภาพนั่นคือ กรดไขมันโอเมก้า 3 (พบในปลาแซลมอน วอลนัตและเมล็ดพืช) มันจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอารมณ์ และรักษาความแข็งแรงของกระดูก ลดการอักเสบในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านริ้วรอย กล่าวว่า “โอเมก้า 3 ยังช่วยเพิ่มความสามารถของเอนไซม์ในร่างกายเพื่อดึงไขมันออกจากที่การเก็บของส่วนต่างๆ เช่น สะโพก หน้าท้อง ฯลฯ นอกจากนี้ โอเมก้า 3 ยังช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและผิวกระจ่างใสด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณลดน้ำหนัก แต่ยังสร้างกระดูกที่แข็งแรงและเพิ่มความสมดุลทางอารมณ์ได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณมีสมองที่ทำงานได้ดีขึ้น การศึกษาโดยสถาบันทางการแพทย์แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการออกกำลังกายกับพลังสมองที่ดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “การเดินเพียง 10 นาทีต่อวันช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ “การออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลซึ่งไปทำลายหน่วยความจำของคุณได้”

นอกจากนี้ก็ต้องไม่ลืมการปรับเปลี่ยนอาหารให้เป็นผักและผลไม้ให้มากกว่าอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล โดยสัดส่วน 70/30 ถ้าทำได้ตามนี้ ความสวยงามของความเป็นผู้หญิงและความเป็นหนุ่มของผู้ชายจะอยู่ได้ยาวนานมากขึ้นแน่นอน

สร้างหน้าใสแบบไร้สิวได้ ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ ที่คุณทำได้แน่นอน

สร้างหน้าใสแบบไร้สิวได้ ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ ที่คุณทำได้แน่นอน

เนื่องด้วยปัญหาจากสิวหรือการเกิดขึ้นของสิว ถือได้ว่าเป็นปัญหาระดับชาติ สาว ๆ ส่วนใหญ่จะต้องพบเจอกับปัญหานี้จนกระทั่งเบื่อหน่าย ต่อให้รักษาและดูแลผิวพรรณมากเท่าไหร่ ปัญหาสิวก็ไม่หมดไปเสียที สุดท้ายใบหน้าก็มีริ้วรอยแลดูหมองคล้ำ จนทำให้สาว ๆ เกิดความกังวลใจได้ในที่สุด แต่อย่างน้อยทุกคนจะต้องทำความเข้าใจด้วยว่า การที่เราจะทำให้หน้าใสแบบไร้สิวเลย สามารถทำได้แค่เพียงคนบางกลุ่มเท่านั้น และทำไม่ได้ทุกคนอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าบางคนจะทำได้ก็คงจะได้แค่บางช่วง เพราะต้องมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่เกิดสิวตามมา ส่วนจะเป็นมากหรือเป็นน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับใครที่อยากทราบวิธีทำให้หน้าใสแบบไร้สิว วันนี้เรามี 4 วิธีง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

1.หากมีสิวบนใบหน้า ห้ามบีบเป็นอันขาด

สิ่งแรกที่สาว ๆ หรือผู้มีสิวบนใบหน้าจะต้องระมัดระวังอย่างมากที่สุด นั่นก็คือ ห้ามบีบสิว เป็นอันขาด เมื่อใดก็ตามที่เราทำสิวแตกขึ้นมา แบคทีเรียที่อยู่ภายในสิวจะมีโอกาสกระจายตัวและเข้าสู่รูขุมขนบนใบหน้าในส่วนอื่น ๆ สุดท้ายก็ทำให้บริเวณบนใบหน้าในส่วนอื่น ๆ ได้รับแบคทีเรีย จนกระทั่งกลายเป็นสิวเม็ดใหม่ขึ้นทดแทน

2.หากไม่จำเป็น ไม่ต้องเอามือไปจับหน้า

การล้างมือใหม่สะอาดมากเพียงใด สุดท้ายมือของเราก็กลับมาสกปรกได้ตลอดเวลาอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงอย่าพยายามเอามือของคุณไปจับใบหน้า แคะ แกะ และเกาบนใบหน้าเป็นอันขาด เพื่อที่จะสามารถป้องกันสิ่งสกปรกให้เข้าไปอุดตันบริเวณรูขุมขนบนใบหน้าในที่สุด

3.ดื่มน้ำเยอะ ๆ และควรงดรับประทานน้ำตาล

การดื่มน้ำจะช่วยทำให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพที่ดีและชุ่มชื่นขึ้นได้ และสิ่งสำคัญก็คือควรลดปริมาณเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยน้ำตาล เพราะน้ำตาลจะส่งผลทำให้อินซูลินในเลือดสูงขึ้น จนกระทั่งกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนให้มากยิ่งขึ้น ปัญหาของสิวจะเกิดขึ้นตามมาทันทีทันใด

4.เน้นรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์

อาหารที่ดีและมีประโยชน์ จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของความงามและช่วยลดปัญหาทางด้านผิวพรรณได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผักและผลไม้ถือได้ว่ามีความจำเป็นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิวโดยตรง

นอกจากนี้ คุณยังคงสามารถรับประทานอาหารเสริม พร้อมทั้งวิตามินต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งเสริมทำให้เกิดประโยชน์ต่อผิวพรรณของคุณ หรือถ้าหากใครคิดว่าคุณรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์มากพอ พร้อมทั้งได้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอยู่แล้ว การรับประทานวิตามินและอาหารเสริมเพื่อผิวพรรณ ก็อาจจะไม่จำเป็นแต่อย่างใดค่ะ

ครีมทาหน้า

ทาครีมก่อนนอน ทำๆหยุดๆ เมื่อไหร่จะสวยล่ะ

นิสัยของมนุษย์ส่วนมากเท่าที่ผู้เขียนได้พบเจอมา คือส่วนใหญ่แล้วเวลาที่เราเห็นสิ่งที่เราอยากได้ สิ่งที่เรามีความสนใจ และยิ่งเห็นสื่อโฆษณา promote หนักอัดฉีดจัดโปรโมชั่นเต็ม รวมไปถึงมีรีวิวจากเหล่าเซเลปคนดังมาช่วยคอนเฟิร์ม ว่าสินค้านี้ดีจริงนะ เราก็จะขวนขวายมันมาซื้อสะสมกักตุนไว้เผื่อกะว่าเราจะทาผลิตภัณฑ์ตัวนั้นทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเช้า สาย ก่อนนอน หรือรับประทานเป็นอาหารเสริมก็แล้วแต่ เราจะทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตัวเองได้ดูดีขึ้น

อารมณ์คนเราไม่แน่นอน ต้นเหตุพาขาดวินัย

แต่ท้ายที่สุดนั้นเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อย งานเยอะ กลับมาบ้านแล้วไม่อยากทำอะไรแม้แต่อาบน้ำก็ยังจะไม่คิดอาบเลยด้วยซ้ำก็มี ที่ยกหัวข้อว่าทา “ครีมก่อนนอน ทำทำหยุดหยุด” นั่นเพราะเป็นปัญหาหลักเลยที่มักจะทำกันแล้วก็มาบอกว่าครีมนั้นไม่ดีจริง คือเวลาเราซื้อครีมเราก็กะไว้ทาก่อนนอน แต่พองานเยอะหน่อย รู้สึกเมื่อยกลับบ้านดึกหรือไปเที่ยวสังสรรค์มากลับจนเมา สุดท้ายเราก็ไม่อยากจะอาบน้ำหรือทาครีมก่อนนอนแล้ว เข้ามาถึงห้องก็อยากเอาตัวทิ้งลงบนเตียงทันที ตื่นมาอีกหนึ่งวันหน้าก็ยังสุดโทรมอยู่ เราจะทำสลับแบบนี้กันไปเรื่อยๆ

ครีมทาผิว ครีมทาหน้า ทาบ้างไม่ทาบ้าง ทำทำหยุดหยุดแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะสวยล่ะ คนที่เค้าสวยดูดีมีความน่าสนใจ หรือจะเป็นหนุ่มหล่อก็ตาม เขาเหล่านั้นย่อมหมั่นดูแลตัวเองโดยอยู่ในระเบียบวินัยที่ได้ตั้งไว้ในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเช้าต้องทานอะไรบ้าง ออกกำลังกายกี่นาที ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวไหนบ้าง แล้วพบเจอแสงแดดช่วงเวลากี่โมงแบบนี้เป็นต้น คงไม่มีคนที่สวยโดยไม่ดูแลตัวเองหรอก หรือถ้ามีก็คงจะไม่สามารถรักษาความสวยเหล่านั้นไว้ได้นาน เพื่อให้ตัวเองได้ดูสุขภาพดีแข็งแรงและดึงดูดเพศตรงข้าม มีหน้าตาสวย จงมีวินัยในการดูแลผิวหรือความสวยความงามในจุดที่เราต้องการ

วิธีเลือกเครื่องสำอางเรื่องที่สาวๆต้องรู้

วิธีเลือกเครื่องสำอาง

ปัจจุบันเรื่องความงามเป็นอะไรที่อยู่ในความนิยม

มีข้อมูลต่างๆมากมายจากเหล่ากูรูและผู้รู้ต่างๆที่ขยันมาแนะนำการเลือกเครื่องสำอาง การใช้ และแนะนำสินค้าความงามต่างๆ แต่รู้ไหมว่าการแนะนำนั้นอาจใช้ดีและได้ผลกับบางคน บางคนก็ไม่สามารถใช้ได้ เพราะมีอาการแพ้ หรือ ใช้แล้วไม่เหมาะซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างขึ้นอยู่กับชนิดของเครืองสำอางนั้นๆเช่น

แป้ง แป้งแต่งหน้ามีหลายชนิด ทั้งแบบแข็ง และแบบฝุ่น

ซึ่งจะมีส่วนผสมต่างๆกันไปในแต่ละแบรนด์ หลายคนเลือกตามคำแนะนำแม้จะเลือกเฉดสีที่เข้ากับผิวแต่ใช้แล้วก็ดูไม่โอเค นั่นเป็นเพราะเฉดสีแต่ละแบรนด์นั้นไม่เหมือนกัน หลายคนก็มีอาการแพ้จากส่วนผสม ซึ่งการเลือกแป้งทาหน้านั้นก็ควรลองจากเทสเตอร์ก่อน โดยเลือกเฉดที่คิดว่าน่าจะเข้ากับสีผิวทาลงบนหลังมือ วิธีเลือกเครื่องสำอาง ดูว่ากลมกลืนกับผิวแค่ไหน และควรทาทิ้งไว้หลายๆชั่วโมงเพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ หากไม่คันไม่มีผื่นนั่นคือไม่แพ้ ส่วนการดูเฉดสีก็ดูว่าสีทีทานั้นทำให้ผิวบริเวณที่ทาเนียนขึ้นไหม ขาวเกินไป หรือคล้ำเกินไปหรือเปล่า ทิ้งไว้นานๆมีคราบขึ้นไหม เป็นต้น เพราะแป้งเป็นเครื่องสำอางที่จะช่วยทำให้หน้ากระจ่างหากเลือกผิดเบอร์แน่นอนว่าหน้าสวยๆก็กลายเป็นหน้าผีๆได้

ลิปติก เป็นเครื่องสำอางอีกชนิดที่ต้องระวังในการเลือกไม่ใช่แค่เฉดสี

แต่ส่วนผสม และบางคนแพ้ลิปติกคือทาแล้วปากคล้ำหรือดำเหมือนคนสูบบุหรี่ได้ หรือ มีอาการลอก ดังนั้นลิปติกจึงเป็นเครื่องสำอางที่หลายคบอกว่าเลือกดีๆยากเพราะตอนเทสนั้นจะเทสกับหลังมือดูสีว่าเหมาะไหม แต่ไม่ได้ทาทีปากและกว่าจะรู้ว่าปากคล้ำก็ใช้ไปจนเกือบหมดก็มี ดังนั้นวิธีที่สาวๆหลายคนเลือกซื้อลิปติกคือ เลือกแบรนด์ดังๆที่มีคุณภาพมีการรับรองแม้จะมีราคาแพงแต่ปลอดภัยกว่าในเรืองของส่วนผสมที่ไม่มีอันตราย

ครีมรองพื้น เป็นอีกชนิดที่เลือกคล้ายๆแป้ง

ที่ต้องทดสอบและทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อดูอาการแพ้เช่น คัน หรือมีผดผื่นหลังการใช้ และดูเฉดสีที่ต้องดูว่าหากทิ้งไว้หลายชั่วโมงมีคราบขึ้นหรือจางลงแค่ไหนกันน้ำได้จริงไหม กันเหงื่อหรือเปล่า เป็นต้น

แม้ว่าการเลือกเครื่องสำอางจะดูวุ่นวายแต่มันก็ทำให้เราระวังในการเลือกซื้อเพราะหากเลือกผิดนอกจากหน้าพังแล้วยังเสียเงินฟรีๆ และควรเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพมีการรับรอง ดูส่วนผสมและวันหมดอายุ หรือดูอายุการใช้งาน การเก็บรักษาด้วย

ทำความสะอาดหน้า

โฟมล้างหน้า ต้องรู้จักเลือกให้ดีก่อนใช้

ใบหน้าของมนุษย์เราไม่ว่าชายหรือหญิง ย่อมอยากมีความหล่อสวยเป็นธรรมดา ใบหน้าถือแต่สิ่งที่เราจะต้องโชว์อยู่ตลอดเวลาทั้งยามตื่นและยามนอน ในการพบปะหาสังคม ในส่วนที่ปกปิดด้วยเสื้อผ้า ร่างกายของเราไม่ว่าจะไม่ขาหนีบดำ รักแร้หย่อนยานเป็นหนังไก่ ก็ไม่เครียดมากเท่ากับการที่ใบหน้าของเรามีสิวมีจุดด่างดำ ฟ้า กระ ขึ้นเต็มหน้าไปหมด เพราะขาหนีบหรือซอกรักแร้จะเป็นจุดซ่อนเร้นที่เราไม่จำเป็นจะต้องโชว์อยู่ตลอดเวลา เราสามารถใส่เสื้อปกปิดได้ แต่ใบหน้าของเรานี้คงจะปกปิดไม่ได้ หากเราปกปิดอยู่ตลอดเวลาและเราไม่ใช่ผู้หญิงชาวมุสลิม เพื่อนๆของเราก็คงทักแน่ว่าทำไมถึงต้องปิดหน้าปิดตาขนาดนั้น

อยากจะบอกว่าเป็นเพราะสาเหตุที่มีสิวฝ้ากระขึ้นอยู่เต็มหน้าไปหมดก็คงจะรู้สึกอายแย่ หากเป็นเพื่อนที่สนิทกันพูดคุยก็คงไม่มีปัญหา แต่ทว่าต้องเจอเพศตรงข้ามที่หน้าตาดี การที่เรามานั่งบอกว่าเรามีสิวกระอยู่เต็มหน้าไปหมดมันก็คงรู้สึกขาดความมั่นใจพอสมควรเลยทีเดียว ดังนั้น สิ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดหน้าจึงจำเป็นจะต้องใส่ใจมากกว่าส่วนอื่นๆ หรือถ้าให้ดีคือใส่ใจมันทั้งหมดนั่นแหละ ใบหน้าของมนุษย์เรานี้มีหลากหลายสภาพผิว ทั้งผิวหน้ามัน ผิวหน้าแห้ง และผิวหน้าปกติ ซึ่งโฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าในปัจจุบันจะมีอยู่หลายสูตรเพื่อรองรับสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล หากเราเป็นคนที่มีสภาพผิวหน้ามัน โดนแดดนิดหน่อยก็มันเยื้อมไปหมดทั้งหน้า แล้วดันไปใช้สบู่ล้างหน้าหรือโฟมล้างหน้าที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้า ผลที่ออกมาแทนที่จะดูใสสดเปร่งปลั่ง อาจจะกลายเป็นมีสิวหัวหนองขึ้นเต็มไปหมดก็ได้ เนื่องมาจากว่าอุปกรณ์ที่เราใช้ทำความสะอาดหน้าเป็นตัวช่วยกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตเพิ่มมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

สภาพผิวหน้าคือสิ่งแรกที่ต้องรู้

เพื่อไม่ให้เสียโฉม เราจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพผิวหน้าของเราก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าได้อย่างถูกต้อง ถ้าเป็นคนผิวหน้าแห้ง ให้ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้น หากเราเป็นคนผิวหน้ามัน ก็อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลดอาการเกิดสิวบนใบหน้า ไม่ต้องใช้โฟมที่มีมอสเจอร์ไรเซอร์เยอะอยู่บ่อยครั้ง การที่เราจะเข้าใจในผิวหน้าของเรานั้น ส่วนใหญ่เราจะรู้ตัวเองดีอยู่แล้ว แต่หากใครไม่รู้ก็สามารถไปตรวจวัดสภาพผิวจากตามคลินิกเสริมความงาม ตามสถานเสริมความงาม ปรึกษาหมอที่ดูแลผิวพรรณก็ได้เช่นเดียวกัน ค่าใช้จ่ายนั้นคงไม่เยอะมากมายอะไรนัก

ส่วนใครที่มองหาผลิตภัณฑ์ดีๆไม่เก่ง หาลำบาก ไม่ค่อยรู้จักเพราะมันเยอะจนพางงไปหมด ก่อนเลือกซื้อแนะนำให้ลองหารีวิวในอินเตอร์เน็ตว่าผลิตภัณฑ์ไหนใช้ดีและมีหมอเค้าการันตี ถ้าเกิดว่ามีรีวิวเยอะและเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในผลิตภัณฑ์ตัวนั้น อย่างน้อยก็เป็นตัวช่วยการันตีให้กับเราได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีจริงในระดับหนึ่ง คงไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนที่มีรีวิวหน้าม้าออกมาเยอะแยะมากมายแล้วโด่งดังได้เป็นเวลานานโดยที่ตัวผลิตภัณฑ์ไม่มีอะไรดีเลย สมัยนี้อะไรที่เป็นกระแสมันก็มักจะเกิดขึ้นง่ายในโลกโซเชียล สินค้าดีก็จะดังบูมง่าย สินค้าแย่ก็จะดังในฉบับโดนโจมตีอยู่บ่อยครั้งไป

เราก็สามารถติดตามหาข้อมูลผ่านได้จากโซเชียลนี่แหละ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราติดตาม หากเราจะซื้อมาใช้ ให้เราดูก่อนว่าอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าชิ้นนั้นตรงกับสภาพผิวของเราไหม ถ้ามันขัดกัน ให้เราหาผลิตภัณฑ์ตัวอื่นแทน ไม่ใช่ว่าเห็นอันไหนดีก็ซื้อมาหมดโดยที่ไม่ได้ดูว่าความเหมาะสมของสภาพผิวหน้าเราว่าคู่ควรกับการใช้หรือไม่มากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงลบแทนที่คาดหวังว่าจะเกิดหน้าใสดูดี เราใช้กิจวัตรประจำวันในการใส่ใจเรื่องเหล่านี้ และเพิ่มเติมก็คือหาความรู้เรื่องของการหาอาหารที่มีประโยชน์ช่วยให้ผิวพรรณเปร่งปลั่งมารับประทานด้วย ให้ผิวหน้าของเราดูดียิ่งขึ้น นี่เป็นเคล็ดลับง่ายๆในการเผยความหน้าใสดูอ่อนกว่าวัยฉบับรู้จักเลือกซื้อ รู้จักฉลาดกิน

9 เคล็ดลับเพิ่มความสวย

9 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้คุณสวยใสยิ่งกว่าเดิม

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่าเวลาที่เรานั้นมีเวลาดูแลตัวเองน้อยลงไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การรับประทานอาหารที่ ไม่มีประโยชน์ การบำรุงผิวหน้า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากหากว่าเราขาดการดูแลมัน ก็มักจะทำให้ร่างกายของเรานั้นโทรมไม่สดใสดูแล ดูแลไม่สวยเวลายิ่งนอนดึกขอบตานี่อย่างกับหมีแพนด้าชัดๆ ซึ่งวันนี้ก็ไม่ต้องตกใจไป เรามีคิดรับดีๆมาฝากสาวๆเป็น 9 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้คุณๆนั้นตื่นขึ้นมาสวยใสๆยิ่งกว่าเดิมเป็นหลายเท่า เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เพื่อความสวยของคุณพร้อมลุยเลยค่ะเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

1.อย่างแรกต้องเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดปราศจากสิ่งตกค้างที่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เราเกิดสิวได้ ซึ่งการล้างหน้าก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเพราะว่าบนใบหน้าของเรานั้นถ้าหากว่าเราล้างหน้าไม่สะอาดแล้วจะส่งผลทำให้หน้าของเรานั้น รูขุมขนกว้างหน้าแก่ก่อนวัยได้นะคะ ซึ่งในส่วนนี้ในเวลาที่เรานอนตอนกลางคืนร่างกายของตัวเรานั้นมักจะอยู่ในโหมดการซ่อมแซมและทำการต่อสู้อย่างหนักเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะที่เราเผชิญในแต่ละวัน ฉะนั้นเวลาที่เราจะนอนกลับไปเราควรนึกถึงเสมอว่าใบหน้าของเรา มักจะมีเครื่องสำอาง หรือความมัน แบคทีเรีย รองพื้น อายเเชโดว์ ลิปสติก และอีกสารพัดอย่างที่เราใช้ในการแต่งหน้าในแต่ละวัน เพราะผู้หญิงกับการแต่งหน้านั้นเป็นของคู่กัน เคยได้ยินไหมคะว่า ไก่งามเพราะคนงามเพราะแต่ง ฉะนั้นเกิดเป็นหญิงอย่าหยุดสวยค่ะ ทำไมเราต้องทำความสะอาดผิวหน้าล้างเครื่องสำอางของใบหน้าเราให้สะอาด ในส่วนนี้ก็เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย หลังจากที่เรานั้นทำความสะอาดหน้าแล้วควรที่จะเลือกใช้ครีมบำรุงผิว ไม่ว่าจะเป็นพวก ครีมหน้าใส ครีมลดสิว ครีมลดเลือนริ้วรอย เพราะขณะที่เรานอนหลับอยู่นั้น ใบหน้าของเราจะได้ทำการซ่อมแซมได้อย่างเต็มที่ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดของการที่เราจะถามครีมบำรุง

2.เราควรที่จะเปลี่ยนครีมบำรุงผิวให้เป็นไปตามฤดูกาลหรือใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมกับใบหน้าและสภาพผิวของเรา อากาศในประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ซึ่งในช่วงเดือนเมษาจะเป็นในช่วงอากาศร้อนมากๆ เพราะฉะนั้นในช่วงนั้นเราอาจจะเปลี่ยนเป็นใช้ครีมบำรุงที่มีน้ำหนักเบาหรืออาจจะเป็นพวกเจลครีม เพื่อใช้ในการบำรุงผิวในส่วนนี้จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นในช่วงฤดูหนาว เราก็ควรจะเลือกครีมบำรุงผิวที่ทำให้ผิวหน้าของเรานั้นมีความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการแห้งกร้านของผิวในช่วงหน้าหนาว เเต่เราควรดูสภาพผิวของเราด้วยนะคะเพราะว่าสภาพผิวและใบหน้าของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไป อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญเช่นกันก็คือเราควรที่จะดูด้วยว่าส่วนประกอบของครีมตัวนั้นมีอะไรที่เราแพ้หรือเปล่า

3.เราควรที่จะมีการมาส์กหน้าก่อนนอนบ้าง วิธีนี้จะเป็นการช่วยฟื้นฟูและลดปัญหาของผิวหน้าที่เราเผชิญอยู่ และบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายดายและฟื้นฟูผิวหน้าได้เร็วที่สุดเพราะวิธีนี้จะสามารถเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า แถมยังช่วยให้ผิวหน้าของเรานั้นผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหากเรามีเวลาว่างเราควรที่จะมาส์กหน้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะทำให้ใบหน้าของเรานั้นได้ดูดซึมสารบำรุงได้อย่างเต็มที่ ดีกว่าที่เรานั้นทาครีมบำรุงก่อนนอนเพียงอย่างเดียว

4.ลดอาการหน้าบวม วิธีนี้ให้เราทำการเตรียมน้ำในอ่างล้างหน้าแล้วเติมน้ำแข็งลงไป ประมาณ 10-15 ก้อน เราต้องดูด้วยนะคะว่าน้ำแข็งก้อนใหญ่หรือเปล่า ถ้าน้ำแข็งก้อนใหญ่ ไม่ต้องใส่น้ำเเข็งลงไปเยอะ หลังจากนั้นค่อยๆจุ่มหน้าลงไปในอ่างโดยค้างไว้สัก 10-15 วินาที โดยที่เราจะทำซ้ำๆ สักอีกทีก็ได้ เพราะน้ำที่เย็นจัดจะช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัวและลดอาการบวมได้เเต่ก็มีบางคนที่ไม่ชอบเอาหน้า หรือไม่กล้าเอาหน้าจุ่มไปในอ่างก็ให้หาผ้าขนหนูผืนเล็กๆที่สะอาดจุ่มลงไปในน้ำที่ผสมน้ำแข็งหรือจะห่อน้ำแข็งสัก 2-3 ก้อนเอาไว้ แล้วนำมาประคบหน้าซักครู่ก็ได้เช่นกัน

5.เวลาที่เรานอนเราควรจะสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการนอนหลับ การนอนคือการพักผ่อนของร่างกายเราเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะฉะนั้นเราจึงควรทำให้ห้องนอนของเราเป็นเหมือนโอเอซิสสำหรับการ พักผ่อนและช่วยการผ่อนคลายความเครียดที่เรานั้นเผชิญมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ในส่วนนี้เราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในการเปิดทีวีหรือถ้าหากว่าเราเป็นคนที่ติดดูละครอยู่แล้ว ก็ควรที่จะตั้งเวลาในการปิด-เปิดเอาไว้และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง การรบกวนจากโทรศัพท์มือถือก็เป็นสิ่งที่แย่งเวลาในการนอนเพื่อความสวยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะวางโทรศัพท์ให้ห่างจากตัวเราเพื่อหลีกเลี่ยงในการรบกวนของเสียงโทรศัพท์มือถือขณะที่นอนหลับ

6. จัดท่านอนให้ถูกวิธี การที่เรานั้นจะนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจโดยที่ใบหน้าไม่มีริ้วรอยเราควรที่จะนอนหงายเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบหน้าสัมผัสกับหมอน และอีกอย่างหนึ่ง การที่เรานั้นนอนหมอนที่ค่อนข้างสูงนิดหน่อยก็สามารถช่วยลดอาการบวมบริเวณถุงใต้ตาได้ด้วยเหมือนกัน

7.เวลาที่นอนอย่าให้หน้าจมลงไปในหมอน ในขณะที่เราหลับใบหน้าของเราต้องทำการสัมผัสกับหมอนเป็นหลาย 1000 ชั่วโมงต่อปี นั่นหมายถึงริ้วรอยที่ไม่ได้ตั้งใจอาจจะค่อยๆคืบคลานมาสู่ใบหน้าของคุณอย่างช้าๆก็ได้ ซึ่งวิธีที่จะนอนไม่ให้เกิดรอยคือวิธีการนอนตะแคงโดยที่ปรับให้ครึ่งหนึ่งของบริเวณใบหน้า ตั้งแต่จมูกลงมาหลีกเลี่ยงอย่าให้สัมผัสกับหมอนและอาจจะใช้มือช่วยหนุนใต้หมอนเพื่อให้นอน อยู่ในท่าที่สบายมากขึ้น

8.ควรใช้ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหม ผ้าไหมเป็นส่วนที่ช่วยในกาลดการเกิดริ้วรอยของตัวเราเวลานอนได้อย่างดี เพราะในผ้าไหม จะมีกรดอะมิโนที่เหมือนๆกันกับที่อยู่บนเส้นผมและผิวของเราซึ่งจะช่วยให้ผิวของเรามีสุขภาพที่ดี และความลื่นเเละตึงของผ้าไหม จะทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าของเราน้อยมาก เมื่อเผลอนอนเอาหน้าแนบกับหมอน

9. ควรลงทุนซื้อเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ เพราะห้องนอนเราเปิดแอร์นั้น มักจะมีสภาพที่แห้ง ส่งผลทำให้ผิวของเราเสียความชุ่มชื่นได้ ผิวอาจจะแห้งทั้งๆที่ เรานั้นได้ทาครีมบำรุงก่อนนอนแล้ว อาจจะหายใจไม่สะดวก คอแห้งกระหายน้ำได้ ดังนั้นเราควรที่จะมีเครื่องทำความชื้นเพื่อทำการเพิ่มความชื้นในอากาศติดไว้ในห้องนอนซักหนึ่งเครื่อง ก็จะช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวในขณะที่เรานอนหลับได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับลดฝ้าบนใบหน้า ฉบับทำได้ด้วยตัวคุณเอง

เคล็ดลับลดฝ้าบนใบหน้า ฉบับทำได้ด้วยตัวคุณเอง

สภาพอากาศสมัยนี้มันช่างทำร้ายผิวเราเสียจริงๆ บางที กันแดดที่เราใช้อยู่ ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาอยู่นะคะ เพราะรังสี UV มันช่างทำร้ายผิวเราได้อย่างร้ายแรงเสียจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าทรมานใจให้แก่คุณสาวๆ หรือบุคคลอื่นๆ ได้ทุกเพศทุกวัยกันเลยทีเดียว ยิ่งพวกที่รักสวยรักงามเเล้วล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงกันเลย ถึงกับเครียดกินข้าวไม่ได้ ไม่สบายกันเลยทีเดียว ซึ่งผลกระทบจากแสงแดดที่ตามมา เราก็รู้กันอยู่ นั่นก็คือ การทำร้ายผิวหน้าเเละผิวกาย ยิ่งถ้าหากเราตากแดดเป็นประจำแล้วล่ะก็ ส่วนต่างๆของร่างกายก็จะได้รับผลกระทบจากแสงแดดตามไปด้วย ถ้าไปโดนผิวก็อาจจะเป็นร้อยไหม้ รอยคล้ำ แต่ถ้าหากโดนบริเวณใบหน้าไม่ว่าจะเป็น จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก สิ่งที่ตามมามักจะเกิดเป็นรอย รอยกระ จุดด่างดำ บนใบหน้าของเราได้

เพราะฉะนั้นหากเราเกิดปัญหาขึ้นเเล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ยากที่เราจะทำการรักษาหรือการแก้ไขกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในสมัยปัจจุบันนั้นเป็นสมัยใหม่ที่เทคโนโลยีก้าวไกล มักจะมีวิธีที่ใช้ในการรักษามากมาย ว่าจะเป็นการเข้าคลินิกเพื่อปรึกษากับคุณหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องปัญหาผิว หรือการหาครีมที่มีประสิทธิภาพในการลดรอยฝ้า รอยกระ จุดด่างดำ รวมไปถึงครีมประเภทป้องกันเเสงแดด ครีมสมัยนี้ก็มีมากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งเราก็สามารถพบได้ตามทั่วไปในท้องตลาด ห้างสรรพสินค้าคลินิกขายยา หรือสถานเสริมความงาม ร้านขายครีมสำอาง ครีมบำรุงเหล่านั้น อาจจะมีสารที่เป็นอันตรายไม่ปลอดภัยกับผิวหน้า ผิวกายเรา เเละในบางทีหากเราได้ซื้อมาใช้ ครีมอาจจะทำให้เราเกิดอาการแพ้ระคายเคืองได้

เพราะผิวหน้าของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน บางคนอาจจะมีผิวหน้าที่อ่อนแอ หรือบางคนอาจจะแพ้สารที่เป็นส่วนผสมบางอย่างในตัวของครีม ทำให้บางคนได้หันมาใช้วิธีในการรักษาแบบโบราณ เเบบชาวบ้าน เรียกกันง่ายๆว่าวิธีธรรมชาติ 100% ซึ่งเป็นวิธีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปู่ย่าตายายของเราต่างก็ใช้วิธีนี้มานานมาก สืบทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะสมัยก่อนเทคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าด้านความงาม ต่างจากสมัยปัจจุบันมาก ในวันนี้เราจะนำวิธีลดฝ้าเบบธรรมชาติมาฝากกันหลายวิธีเลยนะคะ ก็ลองมาเลือกใช้กันดูนะคะเพราะวิธีแบบธรรมชาตินี้เป็นสิ่งที่ปลอดภัย 100% ค่ะ รับรองว่าไม่มีสารอันตรายแน่นอน และวัตถุดิบที่เรานำมาใช้นั้นเป็นของที่หาง่ายมากๆ เป็นของที่เรารู้จักโดยทั่วไป เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าคะ

สูตรการลดฝ้า สูตรที่ 1 หอมเเดง
หลายคนอาจจะแปลกใจว่าหอมแดงนั้นจะช่วยรักษาฝ้าได้อย่างไร เพราะปกติแล้วเราก็มักจะนำมาประกอบอาหาร แต่หอมแดงนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดๆกันไว้นะคะ ในตัวของหอมแดงนั้น จะมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียและมีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ แถมยังมีสารกำมะถันและแร่ธาตุหลายชนิดในปริมาณที่สูง ช่วยในการลดรอย จุดด่าง ดำ ริ้วรอยต่างๆ ช่วยในการให้ผิวหน้าฟื้นฟูตัวได้เร็วขึ้น เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าเราจะใช้หอมแดงทำสูตรลดฝ้าได้อย่างไร ขอบอกไว้เลยนะคะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่ง่ายมากๆแค่เราเดินไปในครัว หยิบหอมแดงขึ้นมาวาง บนฝามือแล้วก็ทุบหรือบีบ ให้น้ำมันในตัวของหอมแดงนั้นได้ระเหยออกมา แล้วให้เรานำน้ำมันที่ระเหยออกมา ทาลงไปที่เป็นรอยจุดด่างดำ รอยฝ้า หรือถ้าหากว่ารู้สึกว่าแสบไป ให้เรานั้น ผสมน้ำลงไปนิดหน่อยก็ได้ค่ะ แต่สำหรับใครที่มองว่ามันยุ้งยาก กลิ่นก็แรงไป ให้นำมาฝานบางๆแล้วแปะลงไปที่บริเวณ เป็นฝ้ากระ จุดด่างดำ ก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ 15-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดได้เลย รอยแดงรอยฝ้ากระจุดด่างดำ ก็จะค่อยค่อยจางหายลงค่ะ แต่แนะนำสูตรนี้ควรทำสัปดาห์ละไม่เกิน 2-3 ครั้งนะคะ หากทำบ่อยกว่านี้อาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้คะ

สูตรการลดฝ้า สูตรที่ 2 น้ำผึ้ง+หอมเเดง
ขอแนะนำอย่างหนึ่งนะคะสูตรนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นของน้ำผึ้ง เพราะบางคนอาจจะมีอาการแพ้หรือเวียนหัวได้ แต่ว่าสูตรนี้ก็ทำง่ายเช่นกันค่ะ ก่อนอื่นเลยให้เราเตรียมถ้วยผสมขนาดเล็กๆ แล้วก็ช้อนเล็กๆ 1 อัน นำหอมแดงมาสับให้ละเอียดเพื่อให้น้ำมันหอมละเหยออกมา นำไปใส่ถ้วยผสม ตามด้วยเทน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันเเล้วนำไปแต้มในบริเวณที่เป็นฝ้า กระจุดด่างดำ เเต่ใครหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม เรานั้นต้องทำการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย ในตัวของน้ำผึ้งนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน E ที่มีส่วนช่วยให้ผิวนุ่มเนียน มีวิตามิน B เเละกรดอะมิโน ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้ผิวนั้นคงความสดใส และเมื่อเรานำมาผสมกับหอมแดง ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเกิดคุณสมบัติในการลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้อย่างทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่าเลยทีเดียว

สูตรการลดฝ้า สูตรที่ 3 เเตงกวา+หอมเเดง
ต้องขอบอกเลยนะว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่อ่อนโยนมากๆ เราสามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเลยทีเดียว และส่วนผสม ก็เป็นหอมแดงอีกเช่นเคย แต่เราจะเสริมมาด้วยแตงกวาเพิ่มอีกอย่างค่ะ ก่อนอื่นเลยให้เราเตรียมถ้วยผสมขนาดเล็ก พร้อมช้อน 1 อัน หลังจากนั้นให้เราสับหอมแดงให้ละเอียด เสร็จเเล้วนำแตงกวาที่เรานั้นได้คันเอาแต่น้ำใส่ลงไปในถ้วยผสม เเล้วคนทั้งสองอย่างให้เข้ากัน แต่ระวังนิดนะคะอย่าผสมให้เหลวจนเกินไป เสร็จแล้วให้เรานำมาพอกตามบริเวณที่เราเป็นฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ พอกทิ้งไว้ 20-30 นาที และทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้อ่อนโยนมากไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอาการระคายเคืองแพ้นะคะ

สูตรการลดฝ้า สูตรที่ 4 ว่านหางจระเข้+หอมเเดง
และแล้วนางเอกก็เป็นหอมแดงอีกเช่นเคย นำหอมเเดงไปปั่นให้ละเอียด หรือจะนำไปตำร่วมกับว่านหางจระเข้ที่ปลอกเปลือกแล้วโดยเราใช้แต่เนื้อของว่านหางจระเข้อย่างเดียว ควรใช้หอมแดงในปริมาณที่มากกว่าว่านหางจระเข้นะคะ ไม่เช่นนั้นมันจะเหลวไป เมื่อส่วนผสมของทั้ง 2 อย่างเข้ากันดีแล้ว ให้เรานำไปพอกหน้าในบริเวณที่เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือถ้าหากใครที่ชอบสูตรเย็นๆ ให้นำส่วนผสมแช่เย็นซัก 10-15 นาที แล้วค่อยนำมาพอกหน้าก็ได้คะ พอกทิ้งไว้ 10-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รับรองว่าหน้าของคุณจะสดชื่น และใสแบบโอเวอร์เลยค่ะ

หน้าใส ทำง่ายด้วยตัวเอง ยังไงลองนำสูตรพวกนี้ไปลองใช้กันดูนะคะ…

ศัลยกรรมจมูก

วิธีการดูเเลผิวหน้า วิธีล้างหน้า หลังการเสริมจมูก

ขึ้นชื่อว่าเกิดเป็นผู้หญิงนั้น เรื่องความสวยความงามย่อมเป็นเรื่องที่เกิดมาคู่กันกับผู้หญิง เรียกได้ว่าติดตัวออกมาตั้งเเต่เกิดเลยทีเดียว ผู้หญิงหลายคนจะพูดเสมอว่า เราเกิดเป็นผู้หญิงนั้น เราจะมีเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ต่างหู เครื่องสำอาง สักกี่ชิ้น กี่อันก็ได้ เพราะว่าเราเป็นผู้หญิง คุณผู้หญิงหลายๆคนที่เกิดมานั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ดีย่อมได้เปรียบว่าพวกที่เกิดมาไม่สวยนะ เเต่ไม่เป็นไรคะ เกิดเป็นผู้หญิงนั้นอย่าหยุดสวยคะ เรื่องความสวยความงามเป็นเรื่องที่ยอมกันได้ซะที่ไหนกัน สมัยนี้ เทคโนโลยีทันสมัยมาก ไม่เหมือนสมัยก่อน สมัยโบราณ ที่เทคโนโลยีไม่ใช่เเบบสมัยปัจจุบัน คุณสาวๆไม่ต้องกลัวไปเลยคะว่าจะไม่สวยไม่ดูดี สมัยปัจจุบันนี้ เวลาที่เรานั้นไม่พอใจกับรูปร่างหน้าตาของเรา เราก็มักจะสรรหาวิธีที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองดูดี ดูสวยขึ้นกว่าเดิม มันก็มีมากมายหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น ถ้าอ้วนก็เเค่ทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ้าอยากมีผิวขาวเราก็ทานอาหารเสริมพวกที่บำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส ถ้าอยากที่จะมีหน้าอกที่ใหญ่เเละกระชับก็ทานอาหารเสริมที่ทำให้หน้าอกใหญ่กระชับ หรือถ้าผิวดำก็ทาครีมผิวขาว ครีมบำรุงผิว หน้าเป็นสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ก็ใช้พวก ครีมหน้าใส ครีมลดสิว ครีมลดฝ้า

ถ้ากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยก็สามารถไปหาคุณหมอผู้ที่เชียวชาญเฉพาะด้านได้คะ ล้วนเเต่มีมากมายหลายอย่างให้พูดวันนี้ทั้งวันก็ไม่หมดเพราะมันเยอะมากๆ เเต่ก็อย่างว่านะคะ คุณสาวๆก็มักอยากดูดีเร็วๆ เเบบว่าไม่วันนี้หรือพรุ่งนี้ คือเเบบตื่นลุกขึ้นมาจากที่นอน ฉันต้องสวยเลย ซึ่งวิธีนั้นมันก็หนีไม่พ้นเรื่องการทำศัลยกรรมนั่นเอง ปัจจุบันการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ให้ความนิยมกันค่อนข้างมาก คนบนโลกเราส่วนมากก็จะทำกันทั้งนั้น ทำให้บางคนมองเรื่องการทำศัลยกรรมว่าเป็นเรื่องที่เฉยๆธรรมดามาก การทำศัลยกรรมปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น มักจะมีอะไรที่เเปลกใหม่เข้ามาหลายๆอย่าง ทำให้คนที่ทำศัลยกรรมมีความเสี่ยงที่น้อยลงเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เเต่การทำศัลกรรมต่างก็มีทั้งข้อดีเเละข้อเสียเช่นกัน เพราะคนเราทุกคนไม่ได้สามารถทำศัลยกรรมกันได้ทุกคน การทำศัลยกรรมบางอย่างก็จะมีข้อจำกัดว่าคนที่ตัดสินใจทำนั้นสามารถทำได้หรือไม่

คิดก่อนเริ่มทำศัลยกรรม

ในเรื่องนี้ ก่อนที่จะทำ เราควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เเต่ถึงอย่างนั้นเราก็ควรที่จะทำการหาข้อมูลบ้างส่วนไปก่อนเพราะสมัยปัจจุบันเทคโนโลยี มันคือยุค 4G การศึกษาหาข้อมูล ก็จะกว้างยิ่งขึ้น ก่อนอื่นเลยเราควรเลือกสถานเสริมความงามที่เรานั้นจะเข้าไปทำศัลยกรรมก่อนเลย โดยดูว่าสถานประกอบการเป็นเเบบไหน โรงพยาบาล หรือคลีนิกเสริมความงาม ได้รับมาตรฐานไหม มีประวัติที่น่าเชื่อถือหรือป่าว มีประวัติเสื่อมเสียชื่อเสียงไหม คุณหมอท่านใดเป็นคนทำ เเละผลงานของคุณหมอเป็นอย่างไงบ้าง โดยเราสามารถดูได้จากรีวิวของคนที่ทำไปก่อนเเล้ว อีกอย่างที่ต้องคิดดีๆด้วยนะคะ งบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมดเราสามารถรับไหวไหม ราคาเป็นอะไรที่เรานั้นโอเคหรือป่าว มีการรับประกันหลังการทำศัลยกรรมหรือป่าว เพราะเดี๋ยวนี้เค้าจะมีการบอกว่าเกรดนี้คือราคานี้ หลายๆอย่างขึ้นอยู่กับเกรดว่าดีเเค่ไหน เพราะเมื่อราคาเเพงเกรดย่อมดีตามไปด้วย เเต่มันก็ไม่ใช่เเบบนั้นซะเสมอไป เพราะมักจะมีคนออกมาพูดตามสื่อต่างๆว่าทำมาเเล้วเป็นเเบบนี้เอาของเกรดต่ำๆมาทำให้เเต่คิดราคาเเพงมาก ผลที่ตามมาคือการเสียเงินฟรี เกิดผลข้างเคียงต่างๆที่ตามมา

เรื่องพวกนี้มันก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกเเละจรรยาบรรณของเเต่ล่ะสถานที่เสริมความงามเเล้วนะคะ ฉะนั้นเราควรศึกษาเเละหาสถานที่เสริมความงามที่ดีที่สุดสำหรับเราดีกว่านะคะๆ เพราะเวลาที่เรานั้นตัดสินใจทำศัลยกรรมเเล้วเราก็อยากจะให้มันได้ผลรับที่ดีที่สุดเช่นกัน คงไม่มีใครอยากให้มันออกมาเเย่หรือไม่ดีหรอกจริงไหมคะเเต่เรื่องว่าทำออกมาเเล้วดีไม่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมือคุณหมอที่ทำศัลยกรรมให้เราอย่างเดียวนะคะ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วย ว่าเรานั้นต้องดูเเลตัวเองอย่าไร หลังจากที่เราทำการศัลยกรรมเเล้วด้วย ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีการล้างหน้าหรือการทำความสะอาดผิวหน้ามาฝาก ฉบับง่ายๆ เพื่อความขาวใส

ขั้นตอนดูแลผิวหน้าหลังทำจมูก

สำหรับสาวๆคนใหนที่ทำจมูกมาเเล้วแต่ไม่รู้ว่าจะทำความสะอาดหน้าอย่างไร ให้ปลอดภัยกับจมูกของเราที่สุด มาเริ่มกันเลย ให้ใช้ผ้าเปียกหรือสำลีเช็คเเทนการล้างหน้า เพื่อจะป้องกันไม่ให้น้ำเข้าจมูกประมาณ 2-3 วัน หรือทำเเบบนี้ตามวันที่คุณหมอเเนะนำ เเละมีอีก 1 วิธี เเต่วิธีนี้เราต้องใช้อุปกรณ์เข้ามาช่วยสักหน่อย ก็คือพลาสเตอร์ปิดเเผลเเบบกันน้ำควรเลือกที่มีขนาดใหญ่กว่าจมูกของเรานะคะ ใช้พลาสเตอร์ปิดบริเวณปลายจมูกที่มีเเผลไว้ให้สนิท เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้น้ำโดนบริเวณเเผลที่เย็บ หลังจากนั้นเราก็สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ เพราะเวลาที่เราล้างหน้าน้ำจะไหลผ่านพลาสเตอร์ไปโดยที่ไม่โดนเเผล เสร็จเเล้วเราก็เช็คหน้าให้เเห้ง เช็คเบาๆนะคะ เเล้วก็ลอกพลาสเตอร์ทิ้งเเละทำความสะอาดเเผลตามปกติ ยังไงก็ลองไปทำกันดูนะคะ เราจะได้ไม่ต้องทนหน้าที่มันไม่สะอาด เสี่ยงต่อการเกิดสิวตามมาด้วย

ผลไม้ช่วยให้ผิวสวยหน้าใส

ผักผลไม้ ที่ช่วยให้หน้าใสผิวสวย มีอะไรบ้าง ?

ถ้ามีคนถามว่าจะกินอะไรดี ? ถึงจะทำให้ผิวเราสวย กินอะไรดีที่จะทำให้หน้าขาวใส มีออร่า สวยจากข้างในสู่ภายนอก เราก็มักจะบอกได้คำเดียวว่าเราก็เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ใช่ไหมคะ เเต่บางทีมันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นเสมอไปเพราะสมัยปัจจุบันเรามักจะมีทางลัดที่ทำให้เรานั้นได้มาซึ่งความสมหวังความสวยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทาครีม การทานอาหารเสริมที่เป็นสารสกัดที่ทำให้ผิวของเรานั้นขาวเร็ว ขาวใสเเบบที่ทันใจมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามากเดิมเยอะมาก ธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับด้านความสวยความงามต่างๆ มักจะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศหรือคิดค้นสิ่งเเปลกใหม่ออกมาอยู่เสมอ

ซึ่งตอนนี้ที่กำลังฮิตมากเลย สถานประกอบการที่ทำเกี่ยวกับด้านความสวยความงามส่วนมากจะมีเเทบทุกเเห่ง นั้นก็คือการฉีดผิวขาว ซึ่งหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าปลอดภัย สามารถสลายไปเองโดยที่ไม่ทิ้งสารอันตรายไว้ในร่างการของเรา แต่ต้องบอกว่า ราคานั้นย่อมเเพงตามไปด้วย การฉีดผิวขาวเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ผิวของเรานั้นขาวใสเร็วมากที่สุด ฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้ซึมเข้าสู่ร่างกายนั้นค่อยข้างไวมาก อย่างว่า บางคนอยากขาวใส เเต่ไม่มีเงินพอที่จะได้ลองฉีดผิวขาวก็มี บางคนกลัว ไม่กล้าก็มี เรามีมาเน้นวิธีที่ปลอดภัยมากที่สุดดีกว่า เพื่อความสบายใจของตัวเราด้วย ถึงจะได้ผลช้าหน่อย เเต่รับรองได้ว่าปลอดภัย 100% วิธีการทำให้ผิวเราสวย หน้าขาวใสมีมายมายหลายวิธีมาก มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเเต่ละคนนั้นสะดวกที่จะใช้วิธีไหนเท่านั้นเองค่ะ วันนี้ทีมงาน “เผยหน้าขาวใส.com” ไม่ได้เอาวิธีที่ยุ่งยากอะไรมาฝาก แต่เราเอาวิธีที่ใกล้ตัวมากที่สุด และเราทุกคนต้องทำทุกวันอยู่เเล้วคะ นั่นก็คือการทานอาหาร แต่ให้เน้นจำพวกผักเเละผลไม้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูผักผลไม้ที่ทานเเล้วช่วยบำรุงผิว ทำให้หน้าขาวใสกันกว่า

4 ผักผลไม้ยอดฮิต ที่ช่วยให้หน้าใสผิวสวย

มะนาว – ต้องร้องว้าวเลยสิคะ สำหรับคนไหนที่ชอบทานชอบรสเปรี้ยวอยู่เเล้ว เเต่สำหรับคนที่ไม่ชอบทานมะนาว ยังมีผักผลไม้อย่างอื่นที่นำมาฝากวันนี้อีกหลายอย่างค่ะ อย่าเพิ่งถึงกลับถอดใจกันก่อนนะคะ สมัยโบราณเนี่ยเค้าบอกว่า ถ้าใครอยากผิวสวย หน้าขาวใส ให้กินมะนาว เพราะเค้าบอกว่าในมะนาวมีวิตามินซีสูง ซึ่งตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส มีออร่าสว่างขึ้น เค้ายังเเนะนำอีกนะว่า ในเเต่ล่ะวันเราควรดื่มน้ำมะนาวอย่างน้อยที่สุดวันละ 1 แก้ว ทำให้เป็นนิสัยด้วย เพื่อผิวที่สวยใสของเรา เพราะนอกจากมะนาวจะช่วยเรื่องผิวขาวใสแล้ว มะนาวยังช่วยดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกายอีก มะนาวไม่ได้มีประโยชน์ได้เฉพาะจากการทานนะคะ เราสามารถนำมะนาวมาพอกหน้าได้ด้วย สรรพคุณของมะนาว มีกรดซิดตริด ที่เหมือนสารฟอกสีผิวให้กระจ่างใสมากขึ้น ช่วยลดลอยดำจากฝ้า กระ จุดด่างดำจากสิว พร้อมช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ ให้มีความขาวใสมากขึ้น เเละยังช่วยลดความมันของผิว ลดการเกิดสิว กระชับรูขุมขนได้ดีมาก สูตรมาร์คก็ทำได้เเสนจะง่ายมาก ใช้น้ำมะนาวจากลูกมะนาวสัก 2 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากัน นำมาพอกหน้า 10-20 นาทีเเล้วล้างออก เเต่ก่อนจะพอกหน้า ให้เราล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะคะ

สตรอเบอร์รี่ – ในสตรอเบอร์รี่ เค้าบอกว่ามันอุดมไปด้วยวิตามินซี มีมากว่าส้มซะอีกเเละยังมีวินตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม กรดโฟลิก ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ มีสารที่ช่วยต้านอนุมูลฮิสระ สร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอริ้วรอยป้องกันการเสื่อมของผิว เเละการแก่ก่อนวัย สตรอเบอร์รี่ ไม่มีมีประโยชน์เเค่นั้นนะ สามารถนำมาพอกหน้าได้ด้วย เเค่เรานำสตรอเบอร์รี่ สดๆมาฝานให้บางๆวางไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาทีเเล้วล้างออก สูตรนี้จะทำให้หน้าเราเปล่งปลั่งสดใสมากเลยทีเดียว

เเตงกวา – เเตงกวานั้นมีส่วนประกอบที่น้ำอยู่เป็นจำนวนมาก เเละยังมีวินตามินซีที่ช่วยในการบำรุงผิวเเล้ว หากว่าเรากินเเตงกวาบ่อยๆ ผิวของเรานั้นจะได้รับความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ผิวไม่เเห้งกร้าน เเตงกวายังสามารถบำรุงได้ทั้งภายนอกเเละภายใน เเละหากวันที่ไหนที่เรารู้สึกว่าหน้าเราโทรมมากๆ ให้เรานำเเตงกวา มาหันเป็นเเว่นๆ เเล้วนำไปเเช่ตู้เย็นมาโปะบนผิวหน้าเราได้เลย ส่วนนี้เเตงกว่าจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สดใส ช่วยลดเลือนริ้วรอยที่จะเกิดก่อนวัยได้ดีมากอีกด้วย

มะพร้าว – บอกเลยนะคะสาวๆที่อยากผิวสวยเนี่ยห้ามมองข้ามเลยนะคะ เพราะในน้ำมะพร้าวมีประโยชน์มาก อุดมไปด้วยเเร่ธาตุหลายชนิดที่สำคัญต่อการบำรุงผิว เเถมยังมีเอสโตรเจนที่สำคัญต่อการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับ ถ้าหากว่าเราชอบกินเป็นประจำ ก็จะทำให้ผิวของเราเต่งตึง เนียนผ่องใส ไม่เเก่ก่อนวัย ยังไม่หมดนะคะ ช่วยเรื่องการดีท็อกผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์จริงๆ อย่าลืมหันมากินน้ำมะพร้าวกันเยอะๆนะคะ เพื่อผิวที่ขาวใสของตัวคุณเอง

เมื่อรู้ผักผลไม้ที่จะช่วยให้ใบหน้าและผิวพรรณดูดีขี้น ก็อย่างลืมรับประทานกันด้วยนะคะ รับรอบว่าประหยัดเงินซื้อพวก ครีมหน้าขาว ครีมผิวขาว ชุดบำรุงผิว ประหยัดเงินได้เยอะแน่นอน ^_^

ลดฝ้าด้วยหัวไชเท้า

วิธีลดฝ้า ด้วยหัวไชเท้า

สมัยก่อน บนโลกของเราเป็นอะไรที่หน้าอยู่มาก ต้นไม้ ใบหญ้า ป่าดงพงไพรเขียวสวยขจี อากาศล้วนเเต่บริสุทธิไร้มลพิษ ฝนตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปกติ เพราะประเทศไทยเรามักจะมี 3 ฤดูกาล เป็นเรื่องธรรมดา เวลาที่ถึงฤดูร้อนก็จะมักไม่ร้อนมากสักเท่าไร ส่วนเมื่อย่างเข้าฤดูฝน ฝนตกหนักจริงเเต่ก็ไม่ถึงกับการที่เกิดเรื่องภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่น การที่น้ำท่วมครั้งใหญ่ เเละเมื่อถึงฤดูหนาวก็จะหนาวเป็นเรื่องธรรมดา เเต่ก็ไม่ถึงกับหิมะตก เพราะยุคสมัยก่อนพวกสารเคมี เเละสิ่งของที่สร้างมลพิษมักจะไม่ค่อยมี พวกเทคโนโลยีก็ไม่ได้ทันยุคทันสมัยก้าวไกลเหมือนในปัจจุบันนี้ ซึ่งเทคโนโลยีของเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุทำให้โลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ หิมะในประเทศที่เคยตกก็ลดลงทุกๆปีแล้วในตอนนี้

บอกเลยนะคะว่าโลกเรานั้นพัฒนาเร็วมาก เรียกง่ายๆสั้นๆง่ายๆว่าโลกยุคสมัย 4G เป็นยุคที่เจริญก้าวหน้ามากว่าสมัยเเต่ก่อนเยอะมากๆ จนทำให้เราอยากจะย้อนเวลากลับไปยังสมัยยุคก่อนจังเลย เเต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ เราไม่ได้เกิดในยุคสมัยก่อน เราเกิดในยุคสมัยปัจจุบัน เรียกได้ว่าเกิดมาก็พบกับสภาวะการเกิดโลกร้อนเเล้วนั้นเอง เมื่อโลกเราเป็นเเบบนี้เสียเเล้ว เรื่องที่ตามมาคือคนที่อยู่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นสภาพเเวดล้อม สัตว์โลก ได้รับผลกระทบกันหมด เเต่โชคดีมากที่เรานั้นเกิดเป็นมนุษย์ ก็ยังสามารถรับมืออะไรหลายๆอย่างได้อยู่ เเต่มันก็ไม่สามารถรับมือได้ทั้งหมด เเละสิ่งหนึ่งเลยที่เรานั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือเเสงเเดงที่เเรงมากๆ เหมือนเอาหน้าไปอยู่บนเตาย่างเลย

ประเทศไทยจะเหลือ 1 ฤดูแล้วนะ

ในเเต่ล่ะวันบางท่านอาจจะคิดว่ามันจะร้อนอะไรขนาดนั้น เมืองไทยมี 3 ฤดู มันต้องมีเวลาที่เเสงเเดดไม่มีบางล่ะ แต่อยากจะบอกดังๆเลยนะคะ ตอนนี้เหมือนเมืองไทยของเรามีฤดูเดียว นั้นก็คือฤดูร้อน ร้อนเเบบละลายได้กันเลยทีเดียว เมื่อเเสงเเดดเเรงมากๆร่มเอาไม่อยู่ ครีมกันแดด ครีมบำรุงเอาไม่อยู่ ความหมองคล้ำ ความดำ ย่อมบังเกิดต่อผิวหน้าหรือผิวกายของเรา เเล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณผู้หญิงอย่างเราไม่สามารถยอมได้ เคยได้ยินคำที่เค้ากล่าวกันไหมคะ ว่าเกิดเป็นผู้หญิงนั้นอย่าหยุดสวย เรื่องความสวยความความนั้นย่อมเป็นเรื่องที่มักจะคู่กับคุณผู้หญิง ไม่ใช่ว่าเเต่เรื่องความหมองคล้ำเท่านั้นที่แสงแดดจะมอบให้เราแบบฟรีๆ เรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ ย่อมตามมาอีกเช่นกัน ทำเอาคุณผู้หญิงหลายๆคน เคลียดกันเลยทีเดียว อย่าถึงกับเคลียดไปนะคะ วันนี้ลองนำเคล็ดลับดีๆของทีมงานไปลองใช้กันดู เป็นวิธีการดูผิวหน้ามาฝากกันคะ รับรองหน้าใสขึ้นเเน่นอน สูตรนี้เป็นสูตรที่ปลอดภัย เพราะเน้นส่วนผสมที่ทำจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมี เเถมของที่ใช้ก็หาง่าย ราคาย่อมเยาว์ด้วย เป็นสูตรการลดฝ้าบนใบหน้า โดยใช้ของจากธรรมชาติ 100%

ลดฝ้าง่ายๆ ด้วยหัวไชเท้า

หัวไชเท้าสามารถนำมาทำเป็นสูตรที่ลดฝ้าบนใบหน้าได้ เป็นพืชผักสวนครัวที่หาได้ง่ายมากๆ โดยนำหัวไชเท้าบดหยาบๆ มาพอกทิ้งไว้ที่ใบหน้า หรือบริเวณที่เป็นฝ้า จุดด่างดำ โดยพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ถ้าหากว่าเกิดอาการเเพ้ หรือเเสบผิวหน้า เราสามารถลดเวลาในการพอกลงได้ เพราะผิวหน้าของเเต่ละบุคคลบอบบางไม่เหมือนกันค่ะ เสร็จเเล้วเราสามารถล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้เลย สูตรนี้เเนะนำควรทำเป็นประจำสัก สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน จะช่วยให้ฝ้าของเราดูจางลงได้มากเลยทีเดียว นอกจากหัวไชเท้าจะช่วยลดฝ้าได้เเล้ว ยังมีสรรพคุณในการช่วยลดพวกริ้วรอยต่างๆให้ดูกระชับขึ้น เเละทำให้ผิวที่หมองคล้ำ ดูกระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย หลังจากที่เราล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเเล้ว เราควรทำการเช็คผิวหน้าด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยคะ